โรคไขมันพอกตับ (Non-Alcoholic Fatty Liver Disease: NAFLD) เป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดจากไขมันในตับ ซึ่งทำให้เกิดความผิดปกติของตับในระยะยาว หลายคนสงสัยว่า การกินไก่เป็นสาเหตุของ
โรคไขมันพอกตับ (https://www.rophekathailand.com/post/l/hepheka/risk-fat-liver)หรือไม่? มาดูกันว่า ไก่มีผลต่อการทำงานของตับหรือไม่?
.
(http://www.rophekathailand.com/wp-content/uploads/2025/03/%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%94.webp)
.
กินไก่แล้วเสี่ยงไขมันพอกตับจริงหรือ?
.
ไก่เป็นอาหารที่ให้พลังงานและโปรตีนดี แต่หากกินโดยไม่คำนึงถึงวิธีการปรุง ก็อาจทำให้ตับทำงานหนักขึ้น ปัจจัยที่ต้องระวัง ได้แก่
.
1. เมนูไก่ที่มีไขมันสูง
.
- การกินหนังไก่บ่อยอาจเพิ่มไขมันสะสมในตับ
- ไก่ทอดใช้น้ำมันปริมาณมาก
🛑 ควรหลีกเลี่ยง:
- ไก่ย่างที่มันเยิ้ม
- ไก่ทอดกรอบ
✅ แนะนำให้บริโภค:
- ไก่ต้ม
- เลือกปรุงอาหารด้วยวิธีที่ลดไขมัน
.
2. การใช้สารเร่งโตในอุตสาหกรรมไก่
.
- บางคนกังวลว่าไก่ที่มีการใช้สารเร่งโตอาจส่งผลเสียต่อตับ
🛑 แนวทางป้องกัน:
- เลือกซื้อไก่ออร์แกนิก
- ล้างและปรุงไก่ให้สุกก่อนรับประทาน
.
3. เมนูไก่ที่เพิ่มภาระให้ตับ
.
- การรับประทานไก่กับคาร์โบไฮเดรตขัดสี อาจทำให้ตับต้องเผชิญกับภาระหนัก
🛑 หลีกเลี่ยงการกินไก่กับ:
- น้ำตาลสูง
- น้ำอัดลม
.
✅ จับคู่ไก่กับอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
.
- ควินัว
- น้ำมันมะกอก
.
เคล็ดลับการบริโภคไก่โดยไม่กระทบสุขภาพตับ
.
✅ เน้นไก่ที่ให้โปรตีนสูงแต่ไขมันต่ำ – ไก่ไม่ติดมันเหมาะสำหรับสุขภาพตับ
✅ ใช้วิธีปรุงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ – ควรเลือกปรุงด้วยการนึ่ง
✅ เพิ่มผักลงในมื้ออาหาร – ช่วยลดการสะสมไขมันในตับ
✅ เน้นความสมดุลในมื้ออาหาร – ไม่ควรกินเนื้อสัตว์เพียงอย่างเดียว
.
การกินไก่ไม่ได้เป็นต้นเหตุของภาวะไขมันพอกตับโดยตรง แต่หากรับประทานไก่ที่มีไขมันสูง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไขมันพอกตับได้ ควรเลือกวิธีปรุงที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อลดภาระการทำงานของตับ